Tocopherol
Tocopherol โดยสังเขป
- ชื่อของหนึ่งในสี่รูปแบบของวิตามินอี
- โทโคฟีรอล (Tocopherols) สามารถพบได้ทั้งในรูปแบบที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติหรือสังเคราะห์ขึ้น
- มีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงช่วยปกป้องผิวจากมลภาวะ
- ทำหน้าที่เป็นส่วนผสมสนับสนุนเพื่อช่วยคงความเสถียรของวิตามินซี
Tocopherol คำอธิบาย
โทโคฟีรอล (Tocopherol) คือชื่อที่ใช้เรียกรูปแบบหนึ่งในสี่ของวิตามินอี โดยทั้งสี่รูปแบบนี้ได้แก่ d-alpha-tocopherol, d-alpha-tocopherol acetate, dl-alpha tocopherol และ dl-alpha tocopherol acetate โดยอักษรย่อ “d” หมายถึงผลิตภัณฑ์ที่สกัดจากแหล่งธรรมชาติ เช่น น้ำมันพืชหรือน้ำมันจมูกข้าวสาลี ในขณะที่อักษรย่อ “dl” หมายถึงวิตามินที่สังเคราะห์ขึ้นจากแหล่งสังเคราะห์งานวิจัยแสดงให้เห็นว่ารูปแบบธรรมชาติของวิตามินอีมีประสิทธิภาพมากกว่ารูปแบบสังเคราะห์ แต่ทั้งสองแบบยังคงมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ คุณจะพบวิตามินอีในรายการส่วนผสมบ่อยที่สุดในชื่อโทโคฟีรอล (tocopherol) หรือโทโคฟีริลอะซีเตต (tocopheryl acetate)
วิตามินอีเป็นองค์ประกอบที่พบได้ตามธรรมชาติในผิวสุขภาพดี และเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่พบมากเป็นอันดับสองรองจากกรดแอสคอร์บิก (วิตามินซี) วิตามินอีมีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่สำคัญ ช่วยปกป้องผิวจากมลภาวะและปัจจัยกดดันจากสิ่งแวดล้อมอื่น ๆ ที่อาจทำให้ผิวอ่อนแอและเกิดการเปลี่ยนแปลงที่ไม่พึงประสงค์
ในสูตรผลิตภัณฑ์ดูแลผิว วิตามินอียังทำหน้าที่เป็นส่วนผสมสนับสนุนที่ดี ตัวอย่างเช่น ในผลิตภัณฑ์วิตามินซี วิตามินอีจะบริจาคอิเล็กตรอนสำคัญที่วิตามินซี (ในรูปกรดแอสคอร์บิก) ต้องการเพื่อรักษาเสถียรภาพของตัวเอง วิตามินอียังทำงานร่วมกับสารต้านอนุมูลอิสระอื่น ๆ ได้ดี เช่น โรสแมรี่ กรดเฟอรูลิก (ferulic acid) และกรดอะมิโนทอรีน (taurine)
ข้อกล่าวอ้างเกี่ยวกับการใช้วิตามินอีเพื่อป้องกันรอยแผลเป็นเมื่อผิวหนังได้รับบาดเจ็บ ยังไม่ได้รับการยืนยันจากงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่ตีพิมพ์แล้ว
วิตามินอี (โทโคฟีรอล) สามารถช่วยลดเลือนจุดด่างดำ (hyperpigmentation) ได้อย่างเห็นได้ชัดเมื่อใช้ในความเข้มข้น 1% โดยปกติแล้วจะใช้ในปริมาณที่ต่ำกว่าในผลิตภัณฑ์ดูแลผิว เพื่อประโยชน์ด้านสารต้านอนุมูลอิสระและช่วยรักษาเสถียรภาพของส่วนผสมที่บอบบาง
โทโคฟีรอลที่ใช้ในผลิตภัณฑ์ดูแลผิวมักจะมาในรูปแบบน้ำมัน เนื่องจากสกัดจากแหล่งต่าง ๆ เช่น น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันรำข้าว หรือ น้ำมันเมล็ดแฟลกซ์ เป็นต้น โดยจะมีสีเหลืองไปจนถึงทอง หรืออาจเป็นสีน้ำตาลอ่อนและมีกลิ่นเฉพาะตัว อย่างไรก็ตาม ขึ้นอยู่กับผู้ผลิต โทโคฟีรอลอาจมีลักษณะใส (โปร่งแสง) ถึงสีเหลืองอ่อนก็ได้ โทโคฟีรอลจะเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชันและมีสีเข้มขึ้นเมื่อสัมผัสกับอากาศและแสง