Retinyl Acetate
Retinyl Acetate โดยสังเขป
- อนุพันธ์สังเคราะห์ของวิตามินเอ ผลิตจากเรตินอลและกรดอะซิติก
- เปลี่ยนเป็นกรดเรติโนอิกในผิวหนังได้ช้ากว่า
- อาจให้ประโยชน์บางประการเช่นเดียวกับเรตินอล แต่ยังต้องการการวิจัยเพิ่มเติม
- ดูเหมือนว่าจะทำงานได้ดีเมื่อใช้ร่วมกับเรตินอยด์ชนิดอื่น
Retinyl Acetate คำอธิบาย
เรตินิลอะซิเตต (Retinyl acetate) เป็นอนุพันธ์วิตามินเอสังเคราะห์ (ทางเคมีรู้จักกันในชื่อเอสเตอร์) ที่ได้จากเรตินอล (retinol) และกรดอะซิติก (acetic acid) โดยทั่วไปถือว่ามีความเสถียรมากกว่าเรตินอล อย่างไรก็ตาม เรตินิลอะซิเตตจำเป็นต้องผ่านกระบวนการเปลี่ยนแปลงในผิวหนังหลายขั้นตอนมากกว่า เพื่อเปลี่ยนเป็นเรติโนอิกแอซิด (retinoic acid) ด้วยเหตุนี้ เรตินิลอะซิเตตจึงไม่ถือว่ามีประสิทธิภาพเทียบเท่าเรตินอยด์ชนิดอื่น เช่น เรตินิลโพรพิโอเนต (retinyl propionate) และเรตินัล หรือที่รู้จักกันในชื่อเรตินัลดีไฮด์ (retinaldehyde)เมื่อเรตินิลอะซิเตตถูกบรรจุในระบบนำส่งแบบโพลิเมอร์นาโนพาร์ติเคิล (nanoparticle polymer delivery system) การปลดปล่อยสู่ผิวจะช้าลงและมีการคงอยู่ในผิวได้ดีกว่าหลังจาก 24 ชั่วโมง (ตามการวัดผลบนผิวหนังของหนูทดลอง) ด้วยการเปลี่ยนแปลงที่ช้ากว่าและเมื่อพิจารณาระบบนำส่งร่วมด้วย ในทางทฤษฎี เรตินิลอะซิเตตอาจมีแนวโน้มก่อให้เกิดการระคายเคืองน้อยกว่าในผู้ที่มีผิวบอบบางต่อเรตินอล
มีการศึกษาหนึ่งพบว่า ผลิตภัณฑ์ที่มีเรตินอยด์ ได้แก่ เรตินอล (retinol), เรตินิลอะซิเตต (retinyl acetate) และเรตินิลปาลมิเตต (retinyl palmitate) ในความเข้มข้นรวม 1.1% ให้ผลลัพธ์ในการปรับปรุงสัญญาณความเสียหายจากแสงแดดได้ใกล้เคียงกับการใช้เตรติโนอิน (tretinoin) 0.02% ซึ่งเป็นเรตินอยด์ที่ต้องใช้ใบสั่งแพทย์ ผลลัพธ์ที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดในกลุ่มผู้ที่มีริ้วรอยลึกหลังใช้เป็นประจำทุกวันต่อเนื่อง 24 สัปดาห์ อย่างไรก็ตาม ณ ขณะนี้ ยังไม่มีงานวิจัยที่ตีพิมพ์ใดที่ศึกษาผลลัพธ์ของเรตินิลอะซิเตตเพียงอย่างเดียว
ปริมาณการใช้เรตินิลอะซิเตตในผลิตภัณฑ์ดูแลผิวอยู่ในช่วง 0.1–1%