พจนานุกรมส่วนผสม / ผลลัพธ์การค้นหา

Engelhardtia Chrysolepis Leaf Extract

การจัดอันดับ: ดีที่สุด
คุณประโยชน์ต่าง ๆ: ต่อต้านริ้วรอย
หมวดหมู่ทั้งหมด: สารต้านอนุมูลอิสระ, สารสกัดจากพืช

Engelhardtia Chrysolepis Leaf Extract โดยสังเขป

  • สารสกัดจากพืชป่าซึ่งต้นไม้มีถิ่นกำเนิดในประเทศจีน
  • ประกอบด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยปลอบประโลมและต่อต้านอนุมูลอิสระที่เป็นอันตราย
  • มีบทบาทในการช่วยคงความกระชับและความยืดหยุ่นของผิว
  • เสริมความแข็งแรงให้กับเกราะป้องกันผิวเพื่อช่วยลดการสูญเสียน้ำ

Engelhardtia Chrysolepis Leaf Extract คำอธิบาย

สารสกัดจากใบ _Engelhardtia chrysolepsis_ ซึ่งเป็นพืชป่าพื้นเมืองของประเทศจีน มีองค์ประกอบต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยให้ผิวคงความกระชับ โดยทำงานบนผิวชั้นนอกด้วยการต่อต้านโมเลกุลที่ก่อให้เกิดความเสียหายหลายชนิดที่เรียกว่าอนุมูลอิสระ ซึ่งหากไม่ได้รับการป้องกันจะเข้าไปทำลายเซลล์สร้างคอลลาเจนที่เรียกว่าไฟโบรบลาสต์ (fibroblasts) ซึ่งอยู่ในชั้นลึกของผิว

_Engelhardtia chrysolepsis_ ยังสามารถช่วยขัดขวางกระบวนการที่เรียกว่าไกลเคชัน (glycation) ซึ่งเป็นกระบวนการที่โมเลกุลน้ำตาลที่ไม่พึงประสงค์เข้าโจมตีและทำให้ลิพิดบนผิวชั้นนอกอ่อนแอลง ส่งผลให้เกราะป้องกันผิวเสียหายและท้ายที่สุดอาจกระทบต่อโครงสร้างรองรับผิวชั้นล่าง คุณสมบัตินี้ทำให้สารสกัดดังกล่าวเป็นส่วนผสมที่มีคุณค่าอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการคงความยืดหยุ่น ความกระชับ และช่วยให้ผิวดูอ่อนเยาว์ยิ่งขึ้น Astilbin ซึ่งเป็นหนึ่งในสารต้านอนุมูลอิสระที่มีฤทธิ์ปลอบประโลมในพืชชนิดนี้ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าสามารถช่วยเสริมการยึดเกาะของโปรตีน tight junction บนผิวชั้นนอก ซึ่งเป็นประโยชน์ที่ช่วยเสริมความแข็งแรงของเกราะป้องกันผิวและช่วยลดการสูญเสียน้ำจากผิว

ปริมาณการใช้ในเครื่องสำอางอยู่ที่ 3% เมื่ออยู่ในสูตรผสมกับ butylene glycol ขณะที่ตัวสารสกัดจากพืชนี้เองสามารถออกฤทธิ์ได้ดีในปริมาณที่ต่ำกว่านั้นมาก คือ 0.03% ไม่มีข้อกังวลด้านความปลอดภัยหรือการระคายเคืองสำหรับส่วนผสมนี้ แม้ว่าจะมีโอกาสเกิดอาการแพ้ได้เช่นเดียวกับสารสกัดจากพืชทั่วไป แต่ก็พบได้น้อย
ช้อปส่วนผสมทั้งหมด

Engelhardtia Chrysolepis Leaf Extract แหล่งอ้างอิง

Redox Report, สิงหาคม 2021, หน้า 134–146
Journal of Applied Toxicology, ตุลาคม 2020, หน้า 1,362–1,372
European Journal of Pharmacology, มิถุนายน 2017, หน้า 46–51
Food Chemistry, พฤษภาคม 2012, หน้า 788–798